Untitled Document
 
  สิทธิบัตร/Patent
   
สิทธิบัตร
                สิทธิบัตรเป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่อยู่ใกล้ตัวทุกคนมากที่สุด หรืออาจจะกล่าวได้ว่า สิทธิบัตรเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของทุก ๆ คน คือ สิ่งของหรือเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันล้วนแต่เป็นผลที่ได้จากการประดิษฐ์คิดค้นทั้งสิ้น เช่น การพัฒนาเกี่ยวกับผงซักฟอก ซึ่งปัจจุบันเป็นผงซักฟอกชนิดเข้มข้นและมีประสิทธิภาพในการซักล้างสูง เป็นต้น ดังนั้น สิทธิบัตร จึงมีส่วนช่วยในการดำรงชีวิตของมนุษย์มีความสะดวกสบาย และมีความปลอดภัยมากขึ้น
 
1. สิทธิบัตรคืออะไร
                สิทธิบัตร หมายถึง หนังสือสำคัญที่รัฐออกให้ เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์คิดค้น หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะตามที่กฎหมายกำหนดหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่า สิทธิบัตร หมายถึงสิทธิพิเศษที่ถูกกฎหมายบัญญัติให้เจ้าของสิทธิบัตร มีสิทธิเด็ดขาด หรือสิทธิแต่เพียงผู้เดียว ในการแสวงหาผลประโยชน์จากการประดิษฐ์ หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ ที่ได้รับสิทธิบัตรนั้น เช่น การผลิตและจำหน่ายเป็นต้น และสิทธิที่ว่านี้จะมีอยู่เพียงช่วงระยะเวลาที่จำกัดช่วงหนึ่งเท่านั้น
                การประดิษฐ์ หมายถึง ความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับลักษณะองค์ประกอบ โครงสร้างหรือกลไกของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งกรรมวิธีในการผลิต การเก็บรักษา หรือการปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น หรือทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ขึ้นใหม่ ที่แตกต่างไปจากเดิม
                การออกแบบผลิตภัณฑ์ หมายถึง ความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับรูปร่างลักษณะภายนอกของผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างไปจากเดิม
 
2. ผลที่จะได้รับจากสิทธิบัตร
                2.1 ในด้านของประชาชน
                โดยทั่ว ๆ ไป สิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่มีผลจากการประดิษฐ์คิดค้น หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ ซึ่งก็คือสิทธิบัตรนั่นเอง นอกจากจะก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ที่อำนวยความสะดวกต่าง ๆ แล้ว ยังก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่ให้ความปลอดภัยแก่ชีวิตมากขึ้นด้วย เช่น ยารักษาโรคต่าง ๆ เป็นต้น ดังจะเห็นได้จากเครื่องกลเติมอากาศหรือกังหันน้ำชัยพัฒนา ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประดิษฐ์คิดค้น เพื่อใช้ในการปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพและอนามัยของประชาชนให้ดีขึ้น การประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ ๆ จะทำให้ประชาชนได้รับแต่สิ่งที่ดี มีคุณภาพสูงขึ้น มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นและให้ความปลอดภัยแก่ชีวิตมากขึ้น
                2.2 ในด้านเจ้าของสิทธิบัตร
                ผู้ที่ประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ ๆ จะได้รับผลตอบแทนจากสังคม คือ การได้รับความคุ้มครองสิทธิบัตร ซึ่งสามารถที่จะนำการประดิษฐ์ตามสิทธิบัตรนั้นไปผลิต จำหน่าย นำเข้ามาในราชอาณาจักร หรืออนุญาตให้บุคคลอื่นใช้สิทธิบัตรนั้นโดยได้รับค่าตอบแทน
 
3. เหตุผลในการให้ความคุ้มครองสิทธิบัตร
                3.1 เพื่อคุ้มครองสิทธิบัตรอันชอบธรรมของผู้ประดิษฐ์และผู้ออกแบบเนื่องจากผู้ประดิษฐ์หรือผู้ส่งออกแบบได้ใช้สติปัญญาและความพยายามของตนรวมทั้งเวลา และค่าใช้จ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่จะมีประโยชน์แก่มนุษย์ ดังนั้น หากว่าการคิดค้นนั้นสามารถทำให้เกิดผลตอบแทนในทางเศรษฐกิจหรือในเชิงพาณิชย์ได้ ก็ควรถือเป็นสิทธิตามธรรมชาติของผู้ประดิษฐ์คิดค้นที่รัฐควรให้ความคุ้มครอง
                3.2 เพื่อให้รางวัลตอบแทนแก่ผู้ประดิษฐ์และผู้ออกแบบ เนื่องจากผลงานที่ได้คิดค้นขึ้น ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ได้รับความสะดวกสบายและมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น สังคมควรให้รางวัลตอบแทนแก่ผู้สร้างคุณประโยชน์ดังกล่าว โดยการให้ความคุ้มครองป้องกันมิให้ผู้อื่นแสวงหาประโยชน์จากผลงานดังกล่าวนั้น
                3.3 เพื่อจูงใจให้มีการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ ๆ ขึ้น เนื่องจากการประดิษฐ์คิดค้นจะต้องมีการลงทุนทั้งในด้านค่าใช้จ่าย เวลา และสติปัญญาอันพิเศษของมนุษย์ แต่เมื่อมีการเปิดเผยสาระสำคัญในการประดิษฐ์คิดค้นหรือมีการผลิตสินค้าออกจำหน่ายแล้ว บุคคลอื่นจะสามารถลอกเลียนแบบได้โดยง่าย ดังนั้น จึงจำเป็นที่รัฐต้องให้การคุ้มครอง อันจะเป็นการกระตุ้นให้นักประดิษฐ์คิดค้นมีกำลังใจ และมีความมั่นใจ หากได้ทำการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ได้สำเร็จ
                3.4 เพื่อกระตุ้นให้มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการประดิษฐ์คิดค้นใหม่ ๆ ในการให้ความคุ้มครองนี้ได้มีการกำหนดให้มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการประดิษฐ์คิดค้นนั้น ๆ จนทำให้สามารถนำไปศึกษา ค้นคว้า วิจัยและพัฒนาต่อไปได้ ส่งผลให้มีการพัฒนาเทคโนโลยีให้สูงขึ้น
                3.5 เพื่อจูงใจให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการลงทุนจากต่างประเทศ การจัดระบบให้มีการคุ้มครองด้านสิทธิบัตร ย่อมทำให้เจ้าของเทคโนโลยีจากต่างประเทศมีความมั่นใจในการลงทุน หรือถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่ผู้ร่วมทุนในประเทศ
 
4. เงื่อนไขหรือลักษณะของการรับความคุ้มครองสิทธิบัตร
                4.1 สิทธิบัตรการประดิษฐ์
                       1. ต้องเป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่ คือ เป็นการประดิษฐ์ที่แตกต่างไปจากเดิม ยังไม่เคยมีใช้หรือแพร่หลายมาก่อนในประเทศ หรือไม่เคยเปิดเผยสาระสำคัญในเอกสารหรือสิ่งพิมพ์มาก่อนทั้งในและนอกประเทศ หรือยังไม่เคยได้รับสิทธิบัตรมาก่อนเป็นต้น
                       2. ต้องเป็นการประดิษฐ์ที่มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น คือ มีลักษณะที่เป็นการแก้ไขปัญหาทางเทคนิค หรือไม่เป็นการประดิษฐ์ที่อาจทำได้โดยง่ายต่อผู้ที่มาความรู้ในระดับธรรมดา
                       3. ต้องเป็นการประดิษฐ์ที่สามารถนำใช้ประโยชน์ได้ในทางอุตสาหกรรม เกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรือหัตถกรรม
                4.2 สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์
                ต้องเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่ออุตสาหกรรมหรือหัตถกรรมคือ เป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่มีใช้แพร่หลายในประเทศ หรือยังไม่ได้เปิดเผยสาระสำคัญ หรือรายละเอียดในเอกสาร หรือยังไมได้เปิดเผยสาระสำคัญหรือรายละเอียดในเอกสารหรือสิ่งพิมพ์ก่อนวันขอรับสิทธิบัตร หรือไม่คล้ายกันแบบผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้ว
 
5. สิ่งที่ขอสิทธิบัตรไม่ได้
                5.1 การประดิษฐ์ที่ขอรับสิทธิบัตรไม่ได้
                       1. จุลชีพและส่วนประกอบส่วนใดส่วนหนึ่งของจุลชีพ ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ สัตว์ พืช หรือสารสกัดจากสัตว์หรือพืช
                       2. กฎเกณฑ์และทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
                       3. ระบบข้อมูลสำหรับการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์
                       4. วิธีการวินิจฉัย บำบัด หรือรักษาโรคมนุษย์ หรือสัตว์
                       5. การประดิษฐ์ ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดี อนามัย หรือสวัสดิภาพของประชาชน
                5.2 การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ขอรับสิทธิบัตรไม่ได้
                       1. แบบผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่การออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่
                       2. แบบผลิตภัณฑ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
                       3. แบผลิตภัณฑ์ที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา (ยังไม่มีการกำหนด)
6. เอกสารที่ใช้ในการขอรับสิทธิบัตร
                6.1 การประดิษฐ์
                การให้ความคุ้มครองสิทธิบัตรการประดิษฐ์ เป็นการให้ความคุ้มครองแนวความคิดในการประดิษฐ์คิดค้น ดังนั้นการยื่นขอรับสิทธิบัตรจึงไม่จำเป็นต้องส่งตัวอย่างการประดิษฐ์นั้น การขอรับสิทธิบัตร ผู้ที่ประสงค์จะขอยื่นขอต้องจัดเตรียมคำขอที่ประกอบด้วยส่วนที่เป็นแบบพิมพ์คำขอ ซึ่งเป็นแบบที่ทางราชการกำหนด (แบบ สบ / สผ / อสป / 001-ก) และส่วนที่เป็นเอกสารประกอบคำขอ ซึ่งเป็นส่วนที่ผู้ขอจะต้องจัดเตรียมขึ้นเองทั้งหมด ตามหัวข้อและรูปแบบที่กำหนดไว้ ส่วนเอกสารประกอบคำขอนี้ประกอบด้วยรายละเอียดการประดิษฐ์ข้อถือสิทธิ บทสรุปการประดิษฐ์ และรูปเขียน (ถ้ามี) นอกจากนี้ ยังมีเอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี) เช่น หนังสือสัญญาโอนสิทธิ หนังสือมอบอำนาจ เป็นต้น
                6.2 การออกแบบผลิตภัณฑ์
                การให้ความคุ้มครองสิทธิบัตรออกแบบผลิตภัณฑ์ เป็นไปเช่นเดียวกันกับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ในการจัดเตรียมคำขอจะคล้ายกัน คือ แบบพิมพ์คำขอ เอกสารประกอบคำขอและเอกสารอื่น ๆ จะแตกต่างกันเฉพาะส่วนที่เป็นเอกสารประกอบคำขอ กล่าวคือจะประกอบด้วยคำพรรณนาแบบผลิตภัณฑ์ (ถ้ามี) ข้อถือสิทธิ รูปเขียนหรือภาพถ่ายที่แสดงแบบผลิตภัณฑ์นั้นชัดเจนทุกด้าน
 
7. ขั้นตอนการขอสิทธิบัตร
                7.1 การประดิษฐ์
                1. การยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ จะต้องยื่นคำขอพร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียม ในคำขอต้องประกอบด้วย
                       1.1 แบบพิมพ์คำขอรับสิทธิบัตรแบบ สบ/สผ/อสป/001-ก
                       1.2 รายละเอียดการประดิษฐ์
                       1.3 ข้อถือสิทธิ
                       1.4 บทสรุปการประดิษฐ์
                       1.5 รูปเขียน (ถ้ามี)
                       1.6 เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี) เช่น หนังสือโอนสิทธิ สัญญา การว่าจ้าง หนังสือมอบอำนาจ เป็นต้น
                2. เมื่อยื่นคำขอตามข้อ 1. แล้ว ถ้ามีสิ่งบกพร่องที่พอจะแก้ไขได้ จะแจ้งให้ผู้ขอหรือตัวแทนทราบ เพื่อปฏิบัติหรือแก้ไข ตามคำสั่งในหนังสือแจ้งนั้น ๆ
                3. ผู้ขอต้องใช้แบบ สบ/สผ/อสป/003-ก ในการยื่นขอแก้ไขเพิ่มเติม พร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียม
                4. ในกรณีคำขอตามข้อ 1. ถูกต้องหรือได้แก้ไขถูกต้องตามข้อ 3. แล้ว จะส่งหนังสือแจ้งให้ผู้ขอชำระค่าธรรมเนียมประกาศโฆษณาในหนังสือจดหมายเหตุสิทธิบัตร
                5. เมื่อประกาศโฆษณาแล้ว ผู้ขอจะต้องยื่นขอให้ตรวจสอบการประดิษฐ์โดยใช้รูปแบบ สป./003-ก ภายใน 5 ปี นับแต่วันประกาศโฆษณา
                6. ถ้าอธิบดีเห็นว่าคำขอถูกต้องตามกฎหมายและ สั่งให้รับจดทะเบียนสิทธิบัตรแล้ว จะส่งหนังสือแจ้งให้ผู้ขอมาชำระค่าธรรมเนียม
                7. เมื่อผู้ขอชำระค่าธรรมเนียมตามข้อ 6. แล้ว จะออกสิทธิบัตรให้แก่ผู้ขอต่อไป
                7.2 การออกแบบผลิตภัณฑ์
                1. การยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ จะต้องยื่นคำขอพร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียมในคำขอต้องประกอบด้วย
                       1.1 แบบพิมพ์คำขอรับสิทธิบัตรแบบ สบ/สผ/อสป/001-ก
                       1.2 คำพรรณนาแบบผลิตภัณฑ์ (ถ้ามี)
                       1.3 ข้อถือสิทธิ
                       1.4 รูปเขียน
                       1.5 เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี) เช่น หนังสือโอนสิทธิ สัญญาการว่าจ้าง หนังสือมอบอำนาจ เป็นต้น
                2. เมื่อยื่นคำขอตามข้อ 1. แล้ว ถ้ามีสิ่งบกพร่องที่พอจะแก้ไขได้ จะแจ้งให้ผู้ขอหรือตัวแทนทราบ เพื่อปฏิบัติหรือแก้ไขตามคำสั่งในหนังสือแจ้งนั้น ๆ
                3. ผู้ขอต้องใช้แบบ สบ/ผส/อสป/003-ก ในการยื่นขอแก้ไขเพิ่มเติม พร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียม
                4. ในกรณีคำขอถูกต้องหรือได้แก้ไขให้ถูกต้องตามข้อ 3. แล้ว จะส่งหนังสือแจ้งให้ผู้ขอชำระค่าธรรมเนียมประกาศโฆษณาในหนังสือจดหมายเหตุสิทธิบัตร
                5. ถ้าอธิบดีเห็นว่า คำขอถูกต้องตามกฎหมายและสั่งให้รับจดทะเบียนสิทธิบัตรแล้ว จะส่งหนังสือแจ้งให้ผู้ขอมาชำระค่าธรรมเนียม
                6. เมื่อผู้ขอชำระค่าธรรมเนียมตามข้อ 5. แล้ว จะออกสิทธิบัตรให้แก่ผู้ขอต่อไป
 
8. อายุการให้ความคุ้มครองสิทธิบัตร
                - สิทธิบัตรการประดิษฐ์ มีอายะ 20 ปี นับแต่วันขอรับสิทธิบัตร
                - สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ มีอายุ 10 ปี นับแต่วันขอรับสิทธิบัตร
 
9. สถานที่และวิธีการยื่นขอจดทะเบียน
                สถานที่ยื่นคำขอ
                ยื่นคำขอจดทะเบียนที่สำนักสิทธิบัตร กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ หรือที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดที่ท่านมีภูมิลำเนาอยู่
                วิธียื่นขอจดทะเบียน
                1. ยื่นขอโดยตรงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่พร้อมชำระค่าธรรมเนียม
                2. ส่งคำขอทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมชำระค่าธรรมเนียม โดยธนาณัติสั่งจ่ายในนาม กรมทรัพย์สินทางปัญญา
 
   
Untitled Document
Developted by Infinity idea
Copyright © 2009-2015 Siam Legal and Taxation Co.,Ltd.
1/825 หมู่ 17 ซอยพหลโยธิน 60 ถนนพหลโยธิน ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 12130
1/825 Moo 17 Soi Phaholyothin 60 Phaholyothin Road, Kukod, Lumlukka, Pathumthani 12130
Tel. 0-2993-8738-9 Fax. 0-2993-8737