Untitled Document
 
  ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
 

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

 

กฎกระทรวง ฉบับที่ 144 (พ.ศ. 2522) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยภาษีเงินได้

กฎกระทรวง ฉบับที่ 229 (พ.ศ. 2544) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยภาษีเงินได้

กฎกระทรวง ฉบับที่ 234 (พ.ศ. 2544) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยภาษีเงินได้

คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528
เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 101/2544
เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 105/2545
เรื่อง กำหนดสถานที่รับแบบแสดงรายการและรับชำระเงินภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร

คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 106/2545
เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 111/2545
เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

ตารางแสดงการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย
ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 แก้ไขโดยคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 101/2544

คำชี้แจงกรมสรรพากร
เรื่อง การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.101/2544
(เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากรมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ.2544)

คำชี้แจงกรมสรรพากร
เรื่อง การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.101/2544
(เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากรมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ.2544)

คำชี้แจงกรมสรรพากร
เรื่อง การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.101/2544
(เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากรมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2544)

คำชี้แจงกรมสรรพากร
เรื่อง การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.101/2544
(เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากรมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2544)

ประกาศอธิบดี เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 62)
เรื่อง กำหนดแบบหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย

 

 

อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย ตามอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน

บทนำโครงสร้าง
 
                ประเทศไทยได้เริ่มจัดทำอนุสัญญา ความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนขึ้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2505  กับประเทศสวีเดน  และได้มีการเจรจาทำอนุสัญญากับต่างประเทศเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง  โดยโครงสร้างทั่ว ๆ ไป ของอนุสัญญาประกอบด้วย 4 ส่วนใหญ่ ๆ คือ
 

ส่วนที่ 1    ขอบข่ายของอนุสัญญา

 
               (1) ขอบข่ายด้านบุคคล อนุสัญญาทุกฉบับจะกำหนดไว้ว่าจะบังคับใช้กับผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐคู่สัญญาเท่านั้น  ผู้อื่นจะมาใช้ประโยชน์จากอนุสัญญาไม่ได้  สำหรับประเทศไทยนั้นกำหนดไว้ว่า  ผู้ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์จากอนุสัญญาของประเทศไทยกับประเทศต่าง ๆ   คือ บุคคลธรรมดาที่อยู่ในประเทศไทยเกินกว่า 180 วัน ในปีภาษีหนึ่ง ๆ และนิติบุคคลที่จดทะเบียนก่อตั้งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทย
 
               (2) ขอบข่ายด้านภาษี  จะครอบคลุมเฉพาะภาษีเงินได้เท่านั้น นั่นคือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา  ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ซึ่งเป็นภาษีทางตรงและผลักภาระภาษีได้ยาก  ภาษีทางอ้อมอื่น ๆ เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะจะไม่อยู่ภายใต้บังคับของอนุสัญญา  เนื่องจากเป็นภาษีทางอ้อมซึ่งผลักภาระความซ้ำซ้อนไปให้ผู้บริโภคได้ง่าย
 

ส่วนที่ 2    เงินได้ประเภทต่าง ๆ

 
                ในส่วนของรายการเงินได้นั้น อนุสัญญาจะไม่กำหนดว่ารายการประเภทใด จะต้องเสียภาษีอัตราเท่าใด  แต่จะทำหน้าที่เพียงบอกว่าเงินได้ประเภทนี้รัฐแหล่งเงินได้หรือรัฐถิ่นที่อยู่จะได้รับสิทธิ ในการเก็บภาษี ถ้ารัฐใดได้รับสิทธิในการเก็บภาษีผู้รับเงินได้จะต้องเสียภาษีตามกฎหมายภายในของรัฐนั้น  และถ้าอนุสัญญากำหนดเพดานภาษีไว้ รัฐที่ได้สิทธิในการจัดเก็บภาษีก็จะเก็บภาษีได้ไม่เกินเพดานอัตราภาษีที่อนุสัญญากำหนดไว้  เช่น เงินได้ประเภทเงินปันผล ดอกเบี้ยและค่าสิทธิ
 
                อย่างไรก็ดี บางข้อบทอาจกำหนดให้เพิกถอนสิทธิของรัฐแหล่งเงินได้ไว้อย่างชัดเจน ซึ่งถือเป็นการขจัดภาษีซ้อนรูปแบบหนึ่งที่ปรากฎอยู่ในข้อบทของเงินได้ประเภทต่าง ๆ เช่น การขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือการดำเนินธุรกิจโดยไม่ผ่านสถานประกอบการถาวร  เป็นต้น
 

ส่วนที่ 3    การขจัดภาษีซ้อน

 
                ในอนุสัญญาแต่ละฉบับอาจกำหนดวิธีขจัดภาษีซ้อนไว้ต่างกัน  เช่น ถ้ากำหนดให้ขจัดภาษีซ้อนโดยวิธียกเว้น  รัฐถิ่นที่อยู่ของผู้มีเงินได้จะยอมยกเว้นภาษีให้โดยไม่ต้องนำเงินได้ที่เสียไว้แล้วในรัฐแหล่งเงินได้มารวมคำนวณภาษีในรัฐถิ่นที่อยู่ซ้ำอีก  แต่ถ้าอนุสัญญากำหนดให้ใช้วิธีเครดิตภาษี  รัฐ   ถิ่นที่อยู่ยังคงสิทธินำจำนวนเงินได้ที่เกิดขึ้นในรัฐแหล่งเงินได้มารวมคำนวณภาษีในรัฐถิ่นที่อยู่ แต่จะต้องยอมให้นำภาษีที่เสียไว้ในรัฐแหล่งเงินได้มาเครดิตภาษีหักออกจากภาษีในรัฐถิ่นที่อยู่ได้ด้วย
 

ส่วนที่ 4    บททั่วไป

 
                เป็นส่วนสุดท้ายที่มีลักษณะเป็นบทบัญญัติต่าง ๆ ที่ช่วยในการตีความและเป็นแนวปฏิบัติ  เช่น บทบัญญัติว่าด้วยนิยามต่าง ๆ บทบัญญัติว่าด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างรัฐคู่สัญญา  การไม่เลือกปฏิบัติ  การเริ่มใช้และเลิกใช้อนุสัญญา เป็นต้น
 
                ดังนั้น  เพื่อให้ง่ายต่อการนำไปปฏิบัติเกี่ยวกับการหักภาษี ณ ที่จ่าย จากดอกเบี้ยเงินกู้ยืม  หรือค่าสิทธิ ซึ่งผู้รับไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย  แต่ได้รับเงินได้จากผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย  ขอให้พิจารณารายละเอียดต่อไป
บทนำโครงสร้าง
 
                ประเทศไทยได้เริ่มจัดทำอนุสัญญา ความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนขึ้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2505  กับประเทศสวีเดน  และได้มีการเจรจาทำอนุสัญญากับต่างประเทศเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง  โดยโครงสร้างทั่ว ๆ ไป ของอนุสัญญาประกอบด้วย 4 ส่วนใหญ่ ๆ คือ
 

ส่วนที่ 1    ขอบข่ายของอนุสัญญา

 
               (1) ขอบข่ายด้านบุคคล อนุสัญญาทุกฉบับจะกำหนดไว้ว่าจะบังคับใช้กับผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐคู่สัญญาเท่านั้น  ผู้อื่นจะมาใช้ประโยชน์จากอนุสัญญาไม่ได้  สำหรับประเทศไทยนั้นกำหนดไว้ว่า  ผู้ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์จากอนุสัญญาของประเทศไทยกับประเทศต่าง ๆ   คือ บุคคลธรรมดาที่อยู่ในประเทศไทยเกินกว่า 180 วัน ในปีภาษีหนึ่ง ๆ และนิติบุคคลที่จดทะเบียนก่อตั้งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทย
 
               (2) ขอบข่ายด้านภาษี  จะครอบคลุมเฉพาะภาษีเงินได้เท่านั้น นั่นคือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา  ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ซึ่งเป็นภาษีทางตรงและผลักภาระภาษีได้ยาก  ภาษีทางอ้อมอื่น ๆ เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะจะไม่อยู่ภายใต้บังคับของอนุสัญญา  เนื่องจากเป็นภาษีทางอ้อมซึ่งผลักภาระความซ้ำซ้อนไปให้ผู้บริโภคได้ง่าย
 

ส่วนที่ 2    เงินได้ประเภทต่าง ๆ

 
                ในส่วนของรายการเงินได้นั้น อนุสัญญาจะไม่กำหนดว่ารายการประเภทใด จะต้องเสียภาษีอัตราเท่าใด  แต่จะทำหน้าที่เพียงบอกว่าเงินได้ประเภทนี้รัฐแหล่งเงินได้หรือรัฐถิ่นที่อยู่จะได้รับสิทธิ ในการเก็บภาษี ถ้ารัฐใดได้รับสิทธิในการเก็บภาษีผู้รับเงินได้จะต้องเสียภาษีตามกฎหมายภายในของรัฐนั้น  และถ้าอนุสัญญากำหนดเพดานภาษีไว้ รัฐที่ได้สิทธิในการจัดเก็บภาษีก็จะเก็บภาษีได้ไม่เกินเพดานอัตราภาษีที่อนุสัญญากำหนดไว้  เช่น เงินได้ประเภทเงินปันผล ดอกเบี้ยและค่าสิทธิ
 
                อย่างไรก็ดี บางข้อบทอาจกำหนดให้เพิกถอนสิทธิของรัฐแหล่งเงินได้ไว้อย่างชัดเจน ซึ่งถือเป็นการขจัดภาษีซ้อนรูปแบบหนึ่งที่ปรากฎอยู่ในข้อบทของเงินได้ประเภทต่าง ๆ เช่น การขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือการดำเนินธุรกิจโดยไม่ผ่านสถานประกอบการถาวร  เป็นต้น
 

ส่วนที่ 3    การขจัดภาษีซ้อน

 
                ในอนุสัญญาแต่ละฉบับอาจกำหนดวิธีขจัดภาษีซ้อนไว้ต่างกัน  เช่น ถ้ากำหนดให้ขจัดภาษีซ้อนโดยวิธียกเว้น  รัฐถิ่นที่อยู่ของผู้มีเงินได้จะยอมยกเว้นภาษีให้โดยไม่ต้องนำเงินได้ที่เสียไว้แล้วในรัฐแหล่งเงินได้มารวมคำนวณภาษีในรัฐถิ่นที่อยู่ซ้ำอีก  แต่ถ้าอนุสัญญากำหนดให้ใช้วิธีเครดิตภาษี  รัฐ   ถิ่นที่อยู่ยังคงสิทธินำจำนวนเงินได้ที่เกิดขึ้นในรัฐแหล่งเงินได้มารวมคำนวณภาษีในรัฐถิ่นที่อยู่ แต่จะต้องยอมให้นำภาษีที่เสียไว้ในรัฐแหล่งเงินได้มาเครดิตภาษีหักออกจากภาษีในรัฐถิ่นที่อยู่ได้ด้วย
 

ส่วนที่ 4    บททั่วไป

 
                เป็นส่วนสุดท้ายที่มีลักษณะเป็นบทบัญญัติต่าง ๆ ที่ช่วยในการตีความและเป็นแนวปฏิบัติ  เช่น บทบัญญัติว่าด้วยนิยามต่าง ๆ บทบัญญัติว่าด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างรัฐคู่สัญญา  การไม่เลือกปฏิบัติ  การเริ่มใช้และเลิกใช้อนุสัญญา เป็นต้น
 
                ดังนั้น  เพื่อให้ง่ายต่อการนำไปปฏิบัติเกี่ยวกับการหักภาษี ณ ที่จ่าย จากดอกเบี้ยเงินกู้ยืม  หรือค่าสิทธิ ซึ่งผู้รับไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย  แต่ได้รับเงินได้จากผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย  ขอให้พิจารณารายละเอียดต่อไป

การจำกัดเพดานอัตราภาษีในประเทศผู้จ่ายค่าสิทธิ

ตามอนุสัญญาภาษีซ้อนฉบับต่างๆ

ถ้าผู้รับค่าสิทธิไม่มีสถานประกอบการถาวรหรือฐานประกอบการประจำอยู่ในประเทศผู้จ่ายค่าสิทธิ

ให้ประเทศผู้จ่ายค่าสิทธิมีสิทธิเก็บภาษีได้ตามกฎหมายภายในแต่ต้องไม่เกินเพดานอัตราดังต่อไปนี้

ประเทศคู่สัญญา
อัตราภาษีไม่เกินร้อยละ
เงื่อนไข
1. สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน

5

ค่าสิทธิในงานวรรณกรรม ศิลปะ หรือวิทยาศาสตร์

 

15

ค่าสิทธิในกรณีอื่นๆ

2.ฝรั่งเศส

5

ค่าสิทธิในงานวรรณกรรม ศิลปะ หรือวิทยาศาสตร์
 
15
ค่าสิทธิในกรณีอื่นๆ
 
ยกเว้น
ค่าสิทธิเกี่ยวกับฟิล์มหรือเทปที่จ่ายให้แก่รัฐคู่สัญญา หรือบริษัทซึ่งเป็นของรัฐ
 
10
ตราบเท่าที่กฎหมายฝรั่งเศสได้บัญญัติอัตราภาษีซึ่งผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศฝรั่งเศส
 
 
ได้รับหรือสิทธิให้ใช้โดยเฉพาะซึ่งสิทธิบัตร  กรรมวิธี  หรือข้อสนเทศใดๆ
 
 
เกี่ยวกับประสบการณ์ทางอุตสาหกรรม
3. สาธารณรัฐสิงคโปร์
15
ค่าสิทธิทุกกรณี
4. เนเธอร์แลนด์
5
ค่าสิทธิในงานวรรณกรรม ศิลปะ หรือวิทยาศาสตร์
 
15
ค่าสิทธิในกรณีอื่นๆ
5. สาธารณรัฐเกาหลี
15
ค่าสิทธิทุกกรณี (ค่าสิทธิเกี่ยวกับการประกอบการเหมืองแร่
 
 
เหมืองหิน หรือทรัพยากรธรรมชาติอย่างอื่นไม่อยู่ในความหมายของ
 
 
ค่าสิทธิในข้อนี้)
6. อิตาลี
5
ค่าสิทธิในงานวรรณกรรม ศิลปะ หรือวิทยาศาสตร์
 
15
ค่าสิทธิในกรณีอื่นๆ
 
 
 
7. เบลเยี่ยม
5
ค่าสิทธิในงานวรรณกรรม ศิลปะ หรือวิทยาศาสตร์
 
15
ค่าสิทธิในกรณีอื่นๆ
8. สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน
10
ค่าสิทธิในงานวรรณกรรม ศิลปะ หรือวิทยาศาสตร์
 
 
(รวมถึงการจำหน่ายสิทธิดังกล่าวด้วย)
 
20
ค่าสิทธิในกรณีอื่นๆ
 
ยกเว้น
ค่าสิทธิเกี่ยวกับฟิล์มหรือเทปที่จ่ายให้แก่รัฐคู่สัญญา หรือบริษัทซึ่ง
 
 
เป็นของรัฐ
9. สหราชอาณาจักรอังกฤษและ
5
ค่าสิทธิในงานวรรณกรรม ศิลปะ หรือวิทยาศาสตร์
     ไอร์แลนด์เหนือ
15
ค่าสิทธิในกรณีอื่นๆ
10. มาเลเซีย
15
ค่าสิทธิทุกกรณี แต่ไม่รวมค่าสิทธิเกี่ยวกับฟิล์มภาพยนตร์ หรือเทป
 
 
สำหรับใช้ทางโทรทัศน์หรือวิทยุ การทำเหมืองแร่ บ่อน้ำมัน เหมืองหิน
 
 
หรือที่มีการขุดใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ หรือผลิตภัณฑ์จากป่า
 
ยกเว้นภาษี
ค่าสิทธิทางอุตสาหกรรมในมาเลเซียที่ได้รับความเห็นชอบจากเจ้าหน้าที่
 
ในมาเลเซีย
ผู้มีอำนาจของมาเลเซียแล้ว
11. สาธารณรัฐฟิลิปปินส์
15
ถ้าค่าสิทธินั้นจ่าย
 
 
(1) โดยวิสาหกิจที่จดทะเบียนกับสำนักงานส่งเสริมการลงทุนแห่ง
 
 
    ประเทศฟิลิปปินส์ และดำเนินการในกิจกรรมที่เลือกสรรแล้ว หรือ
 
 
(2) โดยวิสาหกิจภายใต้การส่งเสริมของคณะกรรมการส่งเสริมการ
 
 
    ลงทุนแห่งประเทศไทย หรือ
 
 
(3) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับฟิล์มภาพยนตร์ หรือเทปบันทึกภาพสำหรับ
 
 
     โทรทัศน์ หรือการกระจายเสียง
 
25
ค่าสิทธิในกรณีอื่นๆ
12. สาธารณรัฐประชาชนโปแลนด์
5
ค่าสิทธิในการใช้งานวรรณกรรม ศิลปะ หรือวิทยาศาสตร์
 
 
แต่ไม่รวมถึงฟิล์มภาพยนตร์ หรือเทปบันทึกภาพสำหรับโทรทัศน์
 
 
หรือการกระจายเสียง
 
15
ค่าสิทธิในกรณีอื่นๆ
 
ยกเว้น
ค่าสิทธิเกี่ยวกับฟิล์มหรือเทปที่จ่ายให้แก่รัฐคู่สัญญา หรือบริษัทซึ่ง
 
 
เป็นของรัฐ
13. แคนาดา
5
ค่าสิทธิเกี่ยวกับการผลิตหรือการถอดแบบวรรณกรรม ละคร ดนตรี
 
 
หรืองานศิลปะ แต่ไม่รวมถึงฟิล์มภาพยนตร์ หรืองานบนแผ่นฟิล์ม
 
 
หรือเทปวีดีโอที่ใช้กับโทรทัศน์
 
15
ค่าสิทธิในกรณีอื่นๆ
14. สาธารณรัฐฟินแลนด์
15
ค่าสิทธิทุกกรณี
15. สาธารณรัฐอินเดีย
15
ค่าสิทธิทุกกรณี
16. สาธารณรัฐออสเตรีย
15
ค่าสิทธิทุกกรณี
17. สาธารณรัฐประชาชนจีน
15
ค่าสิทธิทุกกรณี
18. สวีเดน
15
ค่าสิทธิทุกกรณี
19. สาธารณรัฐประชาชนฮังการี
15
ค่าสิทธิทุกกรณี
20. ออสเตรเลีย
15
ค่าสิทธิทุกกรณี
21. สาธารณรัฐสังคมนิยม
15
ค่าสิทธิทุกกรณี
       ประชาธิปไตยศรีลังกา
 
 
22. ญี่ปุ่น
15
ค่าสิทธิทุกกรณี
23. สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนา
15
ค่าสิทธิทุกกรณี
24. สาธารณรัฐเชค
5
ค่าสิทธิในงานวรรณกรรม ศิลปะ หรือวิทยาศาสตร์ ยกเว้นฟิล์ม
 
 
ภาพยนตร์ หรือฟิล์ม หรือเทปสำหรับการกระจายเสียงทางวิทยุ
 
 
หรือโทรทัศน์
 
10
ค่าสิทธิกรณีสิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า แบบหรือ
 
 
หุ่นจำลอง แผนผัง สูตรลับหรือกรรมวิธีลับใดๆ
 
15
ค่าสิทธิในกรณีอื่นๆ
25. สวิตเซอร์แลนด์
5
ค่าสิทธิในการใช้งานวรรณกรรม  ศิลปะ  หรืองานวิทยาศาสตร์ใดๆ
 
 
แต่ไม่รวมถึงฟิล์มภาพยนตร์ หรือฟิล์ม หรือเทปบันทึกภาพสำหรับ
 
 
การกระจายเสียง ทางวิทยุหรือโทรทัศน์
 
10
ค่าสิทธิกรณีสิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า แบบหรือหุ่นจำลอง แผนผัง
 
 
สูตรหรือกรรมวิธีลับใดๆ
 
15
ค่าสิทธิในกรณีอื่นๆ แต่ประเทศไทยจะต้องลดภาษีลง คงเก็บได้จริงไม่เกิน
 
 
ร้อยละ 10 ของค่าสิทธิ ถ้าหากเข้าเงื่อนไข 2 ประการ คือ ตามกฎหมา
 
 
ของสวิสเซอร์แลนด์ไม่เก็บภาษี ณ ที่จ่ายจากค่าสิทธิที่จ่ายให้แก่ผู้ไม่มีถิ่น
 
 
ที่อยู่ในสวิตฯ และในการเครดิตภาษีในสวิสเซอร์แลนด์ยอมให้ถือเป็น
 
 
ค่าใช้จ่ายที่พึงหักได้ร้อยละ 50 ของค่าสิทธิ
26. อิสราเอล
5
ค่าสิทธิในงานวรรณกรรม ศิลปะ หรือวิทยาศาสตร์ ไม่รวมฟิล์ม
 
 
ภาพยนตร์ หรือฟิล์ม หรือเทปสำหรับการกระจายเสียงของวิทยุหรือโทรทัศน์
 
15
ค่าสิทธิในกรณีอื่นๆ
27. สาธารณรัฐแอฟริกาใต้
15
ค่าสิทธิทุกกรณี
28. สาธารณรัฐสังคมนิยมโรมาเนีย
15
ค่าสิทธิทุกกรณี
29. สหรัฐอเมริกา
5
ค่าสิทธิในงานวรรณกรรม ศิลปะ หรือวิทยาศาสตร์ รวมทั้งซอฟแวร์
 
 
และฟิล์มภาพยนตร์ งานฟิล์ม เทป หรือการกระทำอื่นๆ เพื่อถอดแบบ
 
 
สำหรับการใช้ที่เกี่ยวข้องกับการกระจายเสียงของวิทยุหรือโทรทัศน์
 
8
ค่าสิทธิกรณีการใช้อุปกรณ์ทางอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือวิทยาศาสตร์
 
15
ค่าสิทธิในกรณีอื่นๆ
30. สาธารณรัฐประชาธิปไตย
15
ค่าสิทธิทุกกรณี
    ประชาชนลาว
 
 
31. สาธารณรัฐมอริเชียส
5
ค่าสิทธิในงานวรรณกรรม ศิลปะ หรืองานวิทยาศาสตร์ แต่ไม่รวมถึง
 
 
ฟิล์มภาพยนตร์ หรือฟิล์ม เทป หรือดิสก์ที่ใช้ในการกระจายเสียง
 
 
ทางวิทยุ หรือทางโทรทัศน์
 
15
ค่าสิทธิในกรณีอื่นๆ
32. ลักเซมเบอร์ก
15
ค่าสิทธิทุกกรณี
33. สาธารณรัฐประชาชน
15
ค่าสิทธิทุกกรณี
     บังกลาเทศ
 
 
34. เนปาล
15
ค่าสิทธิทุกกรณี
35. สเปน
5
ค่าสิทธิในงานวรรณกรรม ศิลปะ หรือวิทยาศาสตร์ (ไม่รวมถึงฟิล์ม
 
 
ภาพยนตร์ เทป วิทยุ โทรทัศน์)
 
8
ค่าสิทธิในการเช่าทรัพย์สินแบบสิสซิ่ง การใช้หรือสิทธิในการใช้อุปกรณ์
 
 
ทางอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือทางวิทยาศาสตร์
 
15
ค่าสิทธิในกรณีอื่นๆ
36. นิวซีแลนด์
10
การใช้หรือสิทธิในการใช้ลิขสิทธิ์ อุปกรณ์ทางอุตสาหกรรม วิทยาศาตร์
 
 
หรือพาณิชยกรรม ฟิล์มภาพยนตร์ ฟิล์ม หรือวีดีโอเทป เทป หรืออุปกรณ์
 
 
อื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการกระจายเสียงทางวิทยุหรือโทรทัศน์ การรับหรือ
 
 
สิทธิในการรับภาพยนตร์หรือเสียงโดยจานดาวเทียม หรือเคเบิ้ล หรือ
 
 
ใยแก้วนำแสง การใช้หรือสิทธิในการใช้ในส่วนที่เกี่ยวกับการกระจาย
 
 
เสียงทางโทรทัศน์ หรือวิทยุโดยจานดาวเทียม หรือเคเบิ้ล หรือเส้นใยแก้วนำแสง
 
15
ค่าสิทธิในกรณีอื่นๆ
37. เดนมาร์ก
5
ค่าสิทธิในงานวรรณกรรม ศิลปะ หรือวิทยาศาสตร์
 
15
ค่าสิทธิในกรณีอื่นๆ
38. อุซเบกิสถาน
15
ค่าสิทธิทุกกรณี
39. สาธารณรัฐไซปรัส
5
ค่าสิทธิในงานวรรณกรรม ละคร ดนตรี ศิลปหรือวิทยาศาสตร์ รวมถึง
 
 
ซอฟท์แวร์ ฟิล์มหรือภาพยนตร์  หรือเทปที่ใช้ในการกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์
 
10
ค่าสิทธิในการให้ใช้อุปกรณ์ทางอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือวิทยาศาสตร์
 
 
หรือข้อสนเทศเกี่ยวกับประสบการณ์ในทางอุตสาหกรรม พาณิยกรรม หรือ
 
 
วิทยาศาสตร์
 
15
ค่าสิทธิในกรณีอื่นๆ
40. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
15
ค่าสิทธิทุกกรณี
41. สาธารณรัฐบัลแกเรีย
5
ค่าสิทธิในงานวรรณกรรม ศิลป หรือวิทยาศาสตร์ (ไม่รวมถึงฟิล์มภาพยนตร์
 
 
ฟิล์มเทปหรือดิสก์ในการกระจายเสียงทางวิทยุโทรทัศน์)
 
15
ค่าสิทธิในกรณีอื่นๆ
42. สาธารณรัฐอาร์เมเนีย
15
ค่าสิทธิทุกกรณี
43. สาธารณรัฐอินโดนีเซีย
10
ค่าสิทธิในงานวรรณกรรม ศิลปะ หรือวิทยาศาสตร์
 
15
ค่าสิทธิในกรณีอื่นๆ
44. นอร์เวย์
5
ค่าสิทธิในงานวรรณกรรม  ศิลปะ  หรือวิทยาศาสตร์
 
10
ค่าสิทธิในการใช้อุปกรณ์ทางอุตสาหกรรม  พาณิชยกรรม  หรือวิทยาศาสตร์
 
15
ค่าสิทธิในกรณีอื่นๆ
45. บาห์เรน
15
ค่าสิทธิทุกกรณี
46. โอมาน
15
ค่าสิทธิทุกกรณี
47. สโลวีเนีย
10
ค่าสิทธิในงานวรรณกรรม  ศิลปะหรือวิทยาศาสตร์  รวมถึงฟิล์มภาพยนตร์
 
 
ถ่ายทอดสด  ฟิล์ม  เทป  หรือการกระทำอื่นเพื่อการใช้หรือการถอดแบบ
 
 
ที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ทางวิทยุและโทรทัศน์  และในการใช้อุปกรณ์
 
 
ทางอุตสาหกรรม  พาณิชยกรรม  หรือวิทยาศาสตร์
 
15
ค่าสิทธิในกรณีอื่นๆ
48. ยูเครน
15
ค่าสิทธิทุกกรณี
49. ตุรกี
15
ค่าสิทธิทุกกรณี
50. ฮ่องกง
5
ค่าสิทธิในงานวรรณกรรม  ศิลปะ  หรือวิทยาศาสตร์
 
10
ค่าสิทธิในสิทธิบัตร  เครื่องหมายการค้า  แบบหรือหุ่นจำลอง  แผนผัง  สูตรลับ
 
 
หรือกรรมวิธีลับใดๆ
 
15
ค่าสิทธิในกรณีอื่นๆ
51. เซเชลล์
15
ค่าสิทธิทุกกรณี
52. คูเวต
20
ค่าสิทธิทุกกรณี
 
การจำกัดเพดานอัตราภาษีในประเทศผู้จ่ายดอกเบี้ย
ตามอนุสัญญาภาษีซ้อนฉบับต่างๆ
ถ้าผู้รับดอกเบี้ยไม่มีสถานประกอบการถาวรหรือฐานประกอบการประจำอยู่ในประเทศผู้จ่ายดอกเบี้ย ให้ประเทศ
ผู้จ่ายดอกเบี้ยมีสิทธิเก็บภาษีได้ตามกฎหมายภายในแต่ต้องไม่เกินเพดานอัตราดังต่อไปนี้
ประเทศคู่สัญญา
ผู้รับดอกเบี้ย
 
อัตราภาษีไม่เกินร้อยละ
 เงื่อนไข

1. สหพันธ์สาธารณรัฐ

สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
ถ้าบริษัทผู้จ่ายดำเนินกิจการอุตสาหกรรม

  เยอรมนี

บริษัทประกันภัย

 

 

 
รัฐบาลและสถาบันการเงิน
ได้รับการยกเว้น
ถ้าผู้รับเป็นสถาบันการเงินที่ถือหุ้นโดย
 
ที่รัฐเป็นเจ้าของทั้งหมด
 
รัฐบาล
 
บุคคลทั่วไป
ได้รับการยกเว้น
กรณีเป็นดอกเบี้ยจากพันธบัตรรัฐบาล
 
บุคคลทั่วไป
25
 
2. ฝรั่งเศส
บุคคลทั่วไป
3
จำนวนดอกเบี้ยเงินกู้หรือสินเชื่อที่มี
 
 
 
กำหนดเวลา 4 ปี หรือมากกว่านั้น
 
 
 
ในส่วนที่สถาบันการเงินสาธารณะ
 
 
 
(ธนาคารที่รัฐบาลเป็นเจ้าของทั้งหมด)
 
 
 
มีส่วนร่วมให้กู้ (ให้กู้ อนุมัติ ประกัน หรือ
 
 
 
ค้ำประกัน) แก่ส่วนราชการตามกฏหมาย
 
 
 
หรือแก่วิสาหกิจในเรื่องที่เกี่ยวกับการขาย
 
 
 
เครื่องจักร การสำรวจ ติดตั้ง หรือการ
 
 
 
จัดหาสถานที่เพื่อการอุตสาหกรรม
 
 
 
พาณิชยกรรม หรือการวิทยาศาสตร์
 
 
 
และการสาธารณูปการ ซึ่งสถาบันการ
 
 
 
เงินสาธารณะในกรณีของฝรั่งเศส
 
 
 
รวมถึง COFACE และ Netexis และใน
 
 
 
กรณีไทยรวมถึง EXIM Bank, ธนาคาร
 
 
 
ออมสิน, ธนาคารอาคารสงเคราะห์
 
 
 
ธกส.,ธนาคารกรุงไทย,ธนาคารรัตนสิน
 
 
 
และบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่ง
 
 
 
ประเทศไทย
 
สถาบันการเงินใดๆ
10
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
3. สาธารณรัฐสิงคโปร์
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 
 
บริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
25
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
 
 
 
 
4. เนเธอร์แลนด์
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 
 
บริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
25
 
 
 
 
 
5. สาธารณรัฐเกาหลี
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
กรณีดอกเบี้ยหุ้นกู้หรือเงินกู้ทุกกรณี
 
บริษัทประกันภัย
 
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
 
 
 
 
6. อิตาลี
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
กรณีผู้จ่ายดอกเบี้ยประกอบกิจการ
 
บริษัทประกันภัย
 
อุตสาหกรรม
 
รัฐบาลและสถาบันการเงิน
ได้รับการยกเว้น
 
 
ที่รัฐเป็นเจ้าของทั้งหมด
 
 
 
บุคคลทั่วไป
ได้รับการยกเว้น
กรณีเป็นดอกเบี้ยจากพันธบัตรรัฐบาล
7. เบลเยี่ยม
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 
 
บริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
25
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
8. สาธารณรัฐอิสลาม
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 
     ปากีสถาน
บริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
25
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
9. สหราชอาณาจักรอังกฤษ
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 
     และไอร์แลนด์เหนือ
บริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
25
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
10. มาเลเซีย
สถาบันการเงินมาเลเซีย
10
 
 
รวมทั้งบริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไปมาเลเซีย
25
 
 
บุคคลทั่วไปไทย
15
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
11. สาธารณรัฐฟิลิปปินส์
สถาบันการเงินฟิลิปปินส์
10
ดอกเบี้ยเกิดในไทย
 
รวมทั้งบริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไปฟิลิปปินส์
25
ดอกเบี้ยเกิดในไทย
 
บุคคลทั่วไปไทย
10
ดอกเบี้ยเกิดในฟิลิปปินส์ในส่วนที่
 
 
 
เกี่ยวกับพันธบัตร หรือ หุ้นกู้สาธารณะ
 
บุคคลทั่วไปไทย
15
ดอกเบี้ยเกิดในฟิลิปปินส์
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
12. สาธารณรัฐประชาชน
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 
     โปแลนด์
บริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
ไม่ได้รับการลดอัตรา
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
13. แคนาดา
สถาบันการเงินแคนาดา
10
 
 
รวมทั้งบริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไปแคนาดา
25
 
 
บุคคลทั่วไปไทย
15
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
14. สาธารณรัฐฟินแลนด์
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 
 
บริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
25
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
15. สาธารณรัฐอินเดีย
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 
 
บริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
25
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
16. สาธารณรัฐออสเตรีย
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 
 
บริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
25
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
17. สาธารณรัฐประชาชนจีน
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 
 
บริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
ไม่ได้รับการลดอัตรา
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
18. สวีเดน
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 
 
บริษัทประกันภัย
 
 
 
นิติบุคคล
25
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
19. สาธารณรัฐประชาชน
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 
     ฮังการี
บริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
25
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
20. ออสเตรเลีย
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 
 
บริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
25
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
21. สาธารณรัฐสังคมนิยม
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 
     ประชาธิปไตยศรีลังกา
บริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
25
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
22. ญี่ปุ่น
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 
 
บริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
25
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
23. สาธารณรัฐสังคมนิยม
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 
    เวียดนาม
บริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
15
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
24. สาธารณรัฐเชค
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 
 
บริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
ไม่ได้รับการลดอัตรา
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
25. สวิตเซอร์แลนด์
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 
 
บริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
ได้รับการยกเว้น
ถ้าดอกเบี้ยจ่ายที่เกี่ยวข้องกับการให้
 
 
 
กู้ยืมเงินที่ค้ำประกันหรือประกัน
 
 
 
ความเสี่ยงภายใต้บทบัญญัติของสวิส
 
 
 
(The Export or Investment
 
 
 
Risk Guarantee) หรือโดยธนาคารแห่
 
 
 
ประเทศไทย หรือ EXIM BANK ข องไท
 
บุคคลทั่วไป
15
 
 
รัฐบาลไทย
ได้รับการยกเว้น
 
 
 
 
 
26. อิสราเอล
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 
 
บริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
15
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
27. แอฟริกาใต้
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 
 
บริษัทประกันภัย
 
 
 
นิติบุคคล
15
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
28. สาธารณรัฐสังคมนิยม
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 
     โรมาเนีย
บริษัทประกันภัย
 
 
 
นิติบุคคล
20
กรณีดอกเบี้ยในการขายผ่อน
 
นิติบุคคล
25
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
29. สหรัฐอเมริกา
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 
 
บริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
10
ดอกเบี้ยเกิดขึ้นจากผลของสินเชื่อ
 
 
 
ทางการค้า
 
บุคคลทั่วไป
15
 
 
บุคคลทั่วไป
ได้รับการยกเว้น
ถ้าดอกเบี้ยที่จ่ายเกี่ยวข้องกับการก่อหนี้
 
 
 
ผูกพันที่มีสัญญาค้ำประกันหรือประกัน
 
 
 
โดยรัฐบาล
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
30. สาธารณรัฐประชาธิปไตย
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 
     ประชาชนลาว
บริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
15
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
31. สาธารณรัฐมอริเชียส
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 
 
บริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
15
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
32. ลักเซมเบอร์ก
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 
 
บริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
15
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
33. สาธารณรัฐประชาชน
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 
     บังคลาเทศ
บริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
15
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
34. เนปาล
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 
 
บริษัทประกันภัย
 
 
 
นิติบุคคล
15
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
35. สเปน
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 
 
บริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
15
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
36. นิวซีแลนด์
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 
 
บริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
10
ดอกเบี้ยเกิดขึ้นจากผลของสินเชื่อ
 
 
 
ทางการค้า
 
บุคคลทั่วไป
15
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
รวมถึงดอกเบี้ยจากการลงทุนโดยเงิน
 
 
 
สำรองของรัฐบาล
37. เดนมาร์ก
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 (มีผลบังคับใช้ 1 ม.ค. 43)
 
บริษัทประกันภัย
 
 
 
นิติบุคคล
15
 
 
บุคคลทั่วไป
ได้รับการยกเว้น
ถ้าดอกเบี้ยที่จ่ายเกี่ยวกับการให้กู้ยืม
 
 
 
เงินหรือค้ำประกันหรือประกันความ
 
 
 
เสี่ยงโดยรัฐบาล ธนาคารกลาง หรือ
 
 
 
หน่วยงานซึ่งรัฐบาลเป็นเจ้าของทั้งหมด
 
 
 
หรือควบคุม
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
38. อุซเบกิสถาน
สถาบันการเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 
 
บริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
15
 
 
บุคคลทั่วไป
ได้รับการยกเว้น
ถ้าดอกเบี้ยที่จ่ายเกี่ยวข้องกับการกู้ยืม
 
 
 
เงิน หรือสิทธิเรียกร้องในหนี้ หรือสินเชื่อ
 
 
 
ที่ให้กู้หรือที่ค้ำประกัน หรือประกัน โดย
 
 
 
องค์กรของรัฐบาล
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
39. สาธารณรัฐไซปรัส
สถาบันการเงินใดๆ
10
 
 
รวมทั้งบริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
10
ถ้าเป็นสินเชื่อในการขายอุปกรณ์ทาง
 
 
 
อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือ
 
 
 
วิทยาศาสตร์หรือ  การขายสินค้าใดๆ
 
บุคคลทั่วไป
15
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
40. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
สถาบันการเงินใดๆรวม
10
 
 
ทั้งบริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
15
 
 
บุคคลทั่วไป
ได้รับการยกเว้น
ถ้าดอกเบี้ยที่จ่ายเกี่ยวข้องกับการก่อหนี้
 
 
 
ผูกพันที่มีสัญญาค้ำประกันหรือประกัน
 
 
 
โดยรัฐบาล
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
41. สาธารณรัฐบัลแกเรีย
สถาบันการเงินใดๆ
10
 
 
รวมทั้งบริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
15
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
42. สาธารณรัฐอาร์เมเนีย
สถาบันการเงินใดๆ
10
 
 
ที่ได้รับใบอนุญาตให้
 
 
 
ประกอบธุรกิจธนาคาร
 
 
 
ในอาร์เมเนีย
 
 
 
สถาบันการเงินใดๆ
10
 
 
รวมทั้งบริษัทประกันภัย
 
 
 
ในไทย
 
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
43. สาธารณรัฐอินโดนีเซีย
สถาบันการเงินอินโดนีเซีย
10
 
 
รวมทั้งบริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไปอินโดนีเซีย
25
 
 
บุคคลทั่วไปไทย
15
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
44. นอร์เวย์
สถาบันการเงินใดๆ
10
 
 
รวมทั้งบริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
15
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
45. บาห์เรน
สถาบันการเงินใดๆ
10
 
 
รวมทั้ง บริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
15
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
46. โอมาน
สถาบันการเงินใดๆ
10
 
 
รวมทั้ง  บริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
10
กรณีการกู้ยืมหรือดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น
 
 
 
ประกันโดยรัฐบาล
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
47. สโลวีเนีย
สถาบันการเงินใดๆ
10
 
 
รวมทั้ง  บริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
15
 
 
บุคคลทั่วไป
ได้รับการยกเว้น
กรณีการจ่ายดอกเบี้ยที่กระทำหรือ
 
 
 
ประกันโดยรัฐบาล
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
48. ยูเครน
ธนาคารหรือสถาบัน
 
 
 
การเงินใดๆ รวมทั้ง
10
 
 
ธนาคารเพื่อการลงทุน
 
 
 
และธนาคารเพื่อการ
 
 
 
ฝากเงินและบริษัท
 
 
 
ประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
15
 
 
บุคคลทั่วไป
ได้รับการยกเว้น
กรณีการจ่ายดอกเบี้ยที่รับประกันหรือ
 
 
 
ประกันโดยรัฐบาล  ธนาคารกลาง
 
 
 
หรือสถาบันการเงินใดๆ ที่รัฐบาลก่อตั้ง
 
 
 
หรือเป็นเจ้าของเพื่อส่งเสริมการค้า
 
 
 
และการลงทุน
 
รัฐบาล ธนาคารกลาง
ได้รับการยกเว้น
 
 
หรือสถาบันการเงินใดๆ
 
 
 
ที่รัฐบาลก่อตั้งหรือ
 
 
 
เป็นเจ้าของเพื่อส่งเสริม
 
 
 
การค้าและการลงทุน
 
 
49. ตุรกี
สถาบันการเงินใดๆ
10
 
 
รวมทั้งบริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
15
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
50. ฮ่องกง
สถาบันการเงินใดๆ
10
 
 
หรือบริษัทประกันภัย
 
 
 
บุคคลทั่วไป
10
กรณีดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจากผลของสินเชื่อ
 
 
 
ทางการค้าเพื่ออุปกรณ์สินค้าหรือบริการ
 
 
 
ใดๆ
 
บุคคลทั่วไป
15
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
51. เซเชลล์
สถาบันการเงินใดๆ
10
 
 
บุคคลทั่วไป
15
 
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
52. คูเวต
สถาบันการเงินใดๆ
10
 
 
บุคคลทั่วไป
15
 
 
บุคคลทั่วไป
ได้รับการยกเว้น
กรณีการกู้ยืมที่รับประกันหรือประกัน
 
 
 
โดยรัฐบาล
 
รัฐบาล
ได้รับการยกเว้น
 
 
 
 
 
หมายเหตุ : อัตราภาษีสำหรับดอกเบี้ยตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากรกำหนดให้หักนำส่ง ในอัตราร้อยละ 15 ของดอกเบี้ย
 
 
   
Untitled Document
Developted by Infinity idea
Copyright © 2009-2015 Siam Legal and Taxation Co.,Ltd.
1/825 หมู่ 17 ซอยพหลโยธิน 60 ถนนพหลโยธิน ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 12130
1/825 Moo 17 Soi Phaholyothin 60 Phaholyothin Road, Kukod, Lumlukka, Pathumthani 12130
Tel. 0-2993-8738-9 Fax. 0-2993-8737